ลดพิษของโลหะหนักในปลาด้วยวิตามินซี

ปลา
ลดพิษของโลหะหนักในปลาด้วยวิตามินซี

ปลาเป็นแหล่งอาหารสำคัญของมนุษย์ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง รับประทานง่าย เหมาะสำหรับคนทุกวัย แต่จากการรายงานผลการติดตามคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าปัจจุบันแม่น้ำเกือบทุกสายในประเทศไทย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก   ท่าจีน มูล และชี มีการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ แบคทีเรีย และโลหะหนักในปริมาณที่สูงกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด เนื่องจากมีการใช้โลหะหนักจำนวนมากทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และเหมืองแร่  โลหะหนักเหล่านี้สามารถสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อม และห่วงโซ่อาหารได้เป็นระยะเวลานาน จึงก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ กับคนและสัตว์เป็นอย่างมาก จำเป็นต้องทำการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข

มีรายงานการวิจัยที่ศึกษาพบว่า วิตามินซี เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลา เนื่องจากปลาไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้ ซึ่งวิตามินซีจะเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การสร้างภูมิคุ้มกัน และการป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาประสิทธิผลของวิตามินซี ต่อการลดความเป็นพิษของสารที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโครโมโซม พบว่าวิตามินซีสามารถลดจำนวนเม็ดเลือดแดงที่มีนิวเคลียสผิดปกติ และลดจำนวนสเปิร์มของปลาที่มีรูปร่างผิดปกติได้

ล่าสุด ผศ.ดร.วรรณีย์ จิรอังกูรสกุล คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล และคณะได้รับทุนสนับสนุนจากฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อทำการศึกษาผลของอาหารเสริมวิตามินซีในการลดความเป็นพิษของโลหะหนัก ได้แก่ แคดเมียม ทองแดง และตะกั่ว ในปลาน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงและบริโภคในประเทศไทยที่จัดอยู่ในกลุ่ม 10 อันดับแรกจากข้อมูลสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้แก่ ปลานิล ปลาตะเพียน และปลาจะละเม็ด โดยนำมาเลี้ยงในตู้ปลาที่บรรจุน้ำประปาที่ผ่านการกรองและการตรวจคุณภาพน้ำตามมาตรฐาน จำนวนปลาที่เลี้ยงต่อตู้จะไม่แออัดจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาเกิดความเครียด

จากนั้นนักวิจัยได้สังเกต และบันทึกการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของนิวเคลียสเม็ดเลือดแดง และพยาธิสภาพที่เหงือก ตับ และไต คำนวณหาค่าความเป็นพิษเฉียบพลันของโลหะหนักทั้ง 3 ชนิดในปลาน้ำจืดที่ศึกษาแต่ละชนิดที่จำนวนชั่วโมงต่างกัน พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของนิวเคลียสเม็ดเลือดแดงอย่างผิดปกติมากที่สุดในกลุ่มปลาที่เลี้ยงในน้ำที่มีโลหะหนัก และกินอาหารปลาปกติ ซึ่งจะส่งผลให้เซลล์ต่าง ๆ ในตัวปลาไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ขณะเดียวกันพบว่าลดลงในกลุ่มที่ให้อาหารเสริมวิตามินซี

สำหรับรอยโรคหรือพยาธิสภาพที่ตรวจพบในตัวปลา ได้แก่ การบวมและการเชื่อมรวมกันของเหงือกแต่ละซี่ การคั่งของเลือดและการตายของเซลล์ตับ นอกจากนี้ยังพบการฝ่อของกรวยไต การบวมและการตายของเซลล์ท่อไต พยาธิสภาพเหล่านี้มีความรุนแรงน้อยลงในกลุ่มที่ให้อาหารเสริมวิตามินซี

การให้อาหารเสริมวิตามินซีจึงสามารถเป็นปัจจัยหนึ่ง ในการช่วยลดความเป็นพิษของโลหะหนักในปลาน้ำจืดได้ เมื่อมีการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม สำหรับปริมาณที่เหมาะสมคือ 1,000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม ซึ่งจะนำไปผสมกับอาหารปลาแล้วปั้นเป็นเม็ด ๆ ก่อนนำไปอบแห้งผศ.ดร.วรรณีย์ กล่าว

สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลารายใดสนใจอาหารเสริมวิตามินซีดังกล่าว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2201-5563

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 29 ธันวาคม 2551

เลี้ยงปลานิลร่วมกับไก่กระทงบนบ่อปลา

เทคนิคเลี้ยงปลานิล ร่วมกับไก่กระทงบนบ่อปลา
ปัจจุบันอาหารโปรตีนจากปลาได้รับความนิยมบริโภคสูงขึ้นทุกทีครับ ปลานิลเป็นปลาที่ได้รับความนิยมบริโภคมากที่สุด โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณกันว่าแต่ละวันปริมาณ ความต้องการปลานิลมีถึง 40 ตัน แต่ในจังหวัดเชียงใหม่มีการผลิตเพียง 7 ตัน/ วัน ( เทพรัตน์ อึ้งเศรษฐพันธุ์ 2545 : 1) นอกนั้นต้องนำเข้าจากจังหวัดอื่นๆ เช่น เชียงราย นครสวรรค์ สุพรรณบุรี พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ทำให้เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ ขาดโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับตนเอง ความเป็นไปได้ในการขยายการผลิตมีอยู่ แต่การผลิตยังประสบปัญหาด้านการจัดการ โดยเฉพาะการเลี้ยงร่วมกับไก่กระทงบนบ่อปลานิล ทำให้ได้รับผลตอบแทน และผลผลิตที่ต่ำ
 
การหาแนวทางแก้ไขเพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร จะเป็นแนวทางในการขยายการผลิตปลานิล ให้เพียงพอกับการบริโภค และเพื่อตอบสนองความต้องการของจังหวัด 

จากการศึกษาประสิทธิภาพการผลิตปลานิลจังหวัดเชียงใหม่ กรณีเลี้ยงร่วมกับไก่กระทงบนบ่อปลา โดยใช้แพจำลองทางคณิตศาสตร์ Cobb Douglass พบว่า ระดับการเลี้ยงที่เหมาะสมเพื่อให้ได้พันธุ์ปลานิลสูงสุด 

อัตราการลงทุนเลี้ยงปลานิล

1. จะใช้พันธุ์ปลานิล 5,000 ตัว/ ไร่ 

2. มูลไก่แห้ง 5,934 กิโลกรัม/ ไร่ ( ซึ่งเท่ากับการเลี้ยงไก่บนบ่อปลา 824 ตัว/ รุ่น/ บ่อขนาด 1 ไร่) 

3. อาหารปลาแบบเม็ด 1,370 กิโลกรัม/ ไร่ ซึ่งจะได้รับผลผลิตปลานิล 2,705 กิโลกรัม/ ไร่ และมีรายได้ 89,273 บาท/ ไร่ กำไร 53,778 บาท/ ไร่ ณ 

4. ราคาพันธุ์ปลาตัวละ 0.35 บาท มูลไก่แห้งกิโลกรัมละ 1 .67 บาท 

5. ราคาอาหารปลาแบบเม็ดกิโลกรัมละ 17.40 บาท และราคาผลผลิตกิโลกรัมละ 33 บาท
  
การศึกษาประสิทธิภาพการเลี้ยงปลานิลนี้ เป็นการวิเคราะห์โดยใช้หลักทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เพื่อกำไรสูงสุด การจะนำผลการศึกษาไปใช้จำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับหลักการทางการเกษตร กล่าวคือ การเพิ่มหรือลดการใชัปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์ปลานิล ต้องคำนึงถึงความหนาแน่นของจำนวนปลานิลต่อตารางเมตรหรือต่อไร่ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆด้วย
   
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์